ถาม-ตอบ

faq_1

การตั้งค่าเผื่อมูลค่าสินค้าลดลง หมายถึงอะไร และมีวิธีการรับรู้อย่างไร ?
ตอบ : ค่าเผื่อมูลค่าสินค้าลดลง หมายถึง ส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินค้า คงเหลือสภาพปกติหรือสภาพเสื่อมชำรุดระหว่างราคาทุนกับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ เมื่อสินค้าคงเหลือถูกปรับลดให้เป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ ไม่ให้ถือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับนั้นเป็นราคาทุนใหม่ ถ้ากิจการยังคงถือสินค้าคงเหลือดังกล่าวอยู่ ณ วันสิ้นงวดบัญชีถัดมา กิจการต้องเปรียบเทียบราคาทุนเดิมกับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับที่ได้ประเมินใหม่ ณ วันนั้น ซึ่งอาจเป็นผลให้มีการกลับรายการที่เคยบันทึกปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือในงวดบัญชีก่อน หากมูลค่าสุทธิที่จะได้รับที่ประเมิน ณ วันสิ้นงวดบัญชีถัดมากลับมีมูลค่าสูงขึ้น

การบันทึกรายการบัญชีตามใบสำคัญทั่วไปในโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น ถือเป็นสมุดบัญชีรายวันทั่วไปตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ได้หรือไม่ ?
ตอบ : การจัดทำบัญชีรายวัน ไม่ว่าจัดทำด้วยมือหรือใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ จะต้องเป็นไปตามประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดชนิดของบัญชีที่ต้องจัดทำ ข้อความและรายการที่ต้องมีในบัญชี ระยะเวลาที่ต้องลงรายการในบัญชี และเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี พ.ศ. 2544

กิจการถูกไฟไหม้ ทำให้บัญชีและเอกสารเสียหายบางส่วน และได้แจ้งเอกสารเสียหายกับทางกรมสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว โดยในทางบัญชีกิจการมีรายการลูกหนี้การค้าแต่ไม่มีเอกสารเรียกเก็บเงิน ทำให้ยอดลูกหนี้ยังคงมีปรากฏอยู่ในบัญชี ดังนั้นกิจการจะสามารถตัดบัญชีลูกหนี้การค้าเป็นหนี้สูญได้หรือไม่ ?
ตอบ : ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 11 เรื่อง หนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญ ซึ่งได้กำหนดหลักเกณฑ์การตัดหนี้สูญไว้ดังนี้ 1. เมื่อมีการทวงถามถึงที่สุดแล้ว โดยดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎหมาย ภาษีอากร 2. คาดหมายได้แน่นอนว่าจะไม่ได้รับการรับชำระหนี้

กิจการรับงานก่อสร้างให้กับหน่วยราชการ ซึ่งในปัจจุบันราคาของวัตถุดิบแปรผันมากและส่วนใหญ่ ไม่สามารถจะเรียกร้องจากหน่วยราชการได้ จึงทำให้เกิดผลขาดทุนขึ้นเป็นจำนวนมาก ดังนั้นกิจการควรแสดงงบการเงินหรือเปิดเผยถึงกรณีที่เกิดการขาดทุนเนื่องจากการซื้อมากกว่าการขายอย่างไร ?
ตอบ : ถ้ากิจการเกิดผลขาดทุนจริงๆ กิจการต้องแสดงงบการเงินตามความเป็นจริงและสามารถเปิดเผยถึงสาเหตุที่เกิดผลขาดทุนจำนวนสูงไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินได้

กิจการจ่ายเช็คชำระหนี้ให้เจ้าหนี้การค้า ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2548 แต่เจ้าหนี้การค้ายังไม่นำเช็คไปขึ้นเงิน กิจการต้องปรับปรุงบัญชีหรือไม่ ?
ตอบ : กิจการไม่ต้องปรับปรุงรายการ แต่ควรมีการจัดทำงบกระทบยอดเงินฝากธนาคารเพื่อให้กิจการสามารถตรวจสอบรายการได้

กิจการมีลูกหนี้การค้าที่เป็นหนี้ค้างชำระและไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ แต่เนื่องจากนานมากและการจัดเก็บเอกสารไม่ดี ทำให้ไม่มีหลักฐานการเป็นหนี้ ดังนั้นกิจการควรทำอย่างไรจึงจะตัดเป็นหนี้สูญได้ ?
ตอบ : ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 11 เรื่องหนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญ ได้กำหนดหลักเกณฑ์การตัดหนี้สูญไว้ดังนี้
1. เมื่อมีการทวงถามถึงที่สุดแล้ว โดยดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎหมาย ภาษีอากร
2. คาดหมายได้แน่นอนว่าจะไม่ได้รับการรับชำระหนี้

กิจการได้กู้เงินนอกระบบมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ เนื่องจากกิจการไม่สามารถขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ ซึ่งในการกู้เงินนอกระบบจะมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสถาบันการเงินประมาณ 7 เท่า ดังนั้นกิจการสามารถนำเงินกู้และดอกเบี้ยนอกระบบมาบันทึกบัญชีได้หรือไม่ ?
ตอบ : ถ้ากิจการมีการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้จริง กิจการสามารถนำมาลงเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการได้ ซึ่งเงินกู้ยืมที่ได้รับมาก็ต้องบันทึกเป็นหนี้สินในงบการเงิน และต้องมีหลักฐานการกู้ยืมเงินและการชำระดอกเบี้ยที่สามารถตรวจสอบได้เพื่อประกอบการลงบัญชี

กรณีกิจการขายสินค้าให้ลูกค้าต่างประเทศเป็นเงินเชื่อ บันทึกบัญชีโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิดรายการ และต่อมาได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้ต่างประเทศ ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิดรายการกับวันที่รับชำระหนี้มีอัตราแตกต่างกัน ดังนั้นกิจการควรบันทึกบัญชีอย่างไร ?
ตอบ : กิจการต้องบันทึกผลต่างของอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นของวันที่เกิดรายการกับวันที่มีการรับชำระหนี้ โดยรับรู้เป็นกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

ผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบรายการเจ้าหนี้การค้าซึ่งมีสาระสำคัญ โดยการขอความร่วมมือกับเจ้าหนี้ของกิจการที่รับตรวจสอบ ซึ่งให้เจ้าหนี้ทำรายละเอียดยอดคงค้างทั้งหมด เช่น ดอกเบี้ย เงินต้น และขอเอกสารยืนยันจากเจ้าหนี้ แต่ทางเจ้าหนี้ให้เพียงตัวเลขยอดคงค้างทั้งหมดเท่านั้น ไม่ได้ให้รายละเอียดเอกสารหลักฐานใดๆเลย กรณีดังกล่าวผู้สอบบัญชีควรดำเนินการอย่างไร ?
ตอบ : ในการขอคำยืนยันยอดเจ้าหนี้นั้น ผู้สอบบัญชีต้องติดต่อกับเจ้าหนี้โดยตรง แต่ต้องได้รับอนุญาตจากลูกค้าก่อน เนื่องจากเป็นข้อมูลที่เป็นความลับทางการค้าของลูกค้า โดยถ้าการขอคำยืนยันยอดหรือขอรายละเอียดหลักฐานจากเจ้าหนี้ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร ผู้สอบบัญชีต้องใช้วิธีการตรวจสอบอื่นเพื่อให้ได้หลักฐานที่เพียงพอเกี่ยวกับเจ้าหนี้การค้า

งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีแสดงหน้ารายงานการสอบบัญชีเป็นแบบไม่แสดงความเห็น ถือว่างบการเงินนั้นไม่ถูกต้องใช่หรือไม่ ?
ตอบ : การแสดงหน้ารายงานดังกล่าว ถือเป็นความเห็นของผู้สอบบัญชี โดยที่ผู้สอบบัญชีจะแสดงความเห็นแบบไม่แสดงความเห็นก็ต่อเมื่อผู้สอบบัญชีไม่ได้ปฏิบัติงานตรวจสอบงบการเงินตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไปอย่างมีสาระสำคัญมาก หรือกิจการที่ตรวจสอบมีปัญหาต่อการดำเนินงานต่อเนื่องอย่างมีสาระสำคัญมาก หรือมีความไม่แน่นอนอันมีผลกระทบต่องบการเงินอย่างมีสาระสำคัญมาก ทำให้ผู้สอบบัญชีไม่สามารถตรวจสอบงบการเงินให้ได้หลักฐานการสอบบัญชีที่เพียงพอที่จะวินิจฉัยหรือให้ได้ความเห็นได้ว่า งบการเงินนั้นมีความถูกต้องตามที่ควรหรือไม่เพียงใด

ผู้สอบบัญชีไม่ได้เข้าสังเกตการณ์การตรวจนับสินค้าคงเหลือปลายงวดของกิจการ เนื่องจากได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้สอบบัญชีหลังวันตรวจนับสินค้า และไม่สามารถใช้วิธีการตรวจสอบอื่นให้เป็นที่พอใจในปริมาณของสินค้าคงเหลือได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่าผู้สอบบัญชีถูกจำกัดขอบเขตในการตรวจสอบบัญชีหรือไม่ ?

ตอบ : ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้สอบบัญชีได้ตามอำนาจและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดและหรือตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป จะเรียกว่า ขอบเขตการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีถูกจำกัด ซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณี คือ
1. การถูกจำกัดขอบเขตการตรวจสอบโดยลูกค้า
2. การถูกจำกัดขอบเขตการตรวจสอบโดยสถานการณ์ กรณีคำถามข้างต้น ถือว่าผู้สอบบัญชีถูกจำกัดขอบเขตการตรวจสอบโดยสถานการณ์

บัญชีงานระหว่างทำต้นงวด ผู้สอบบัญชีไม่สามารถตรวจสอบได้ ควรดำเนินการเพิ่มเติมอย่างไร ?
ตอบ : หากผู้สอบบัญชีไม่สามารถตรวจสอบงานระหว่างทำต้นงวดของกิจการได้ ผู้สอบบัญชีอาจดูรายงานการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีปีก่อน ว่ามีการเขียนรายงานในเรื่องนี้เป็นแบบมีเงื่อนไขหรือไม่ หรืออาจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้สอบบัญชีคนก่อน และหากเป็นรายการที่มีจำนวนที่เป็นสาระสำคัญ ผู้สอบบัญชีอาจแสดงความเห็นแบบมีเงื่อนไข

ผู้สอบบัญชีมีหน้าที่ต้องเข้าร่วมสังเกตการณ์การตรวจนับสินค้าคงเหลือ ณ วันปิดบัญชี พร้อมกับกิจการทุกครั้งใช่หรือไม่ ?
ตอบ : ผู้สอบบัญชีต้องเข้าร่วมสังเกตการณ์การตรวจนับสินค้าคงเหลือ เนื่องจากมาตรฐานการสอบบัญชีกำหนดให้ผู้สอบบัญชีมีหน้าที่ต้องตรวจสอบรายการต่างๆ ในงบการเงิน อย่างไรก็ตาม หากผู้สอบบัญชีไม่ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การตรวจนับสินค้า ผู้สอบบัญชีอาจใช้วิธีการตรวจสอบสินค้าคงเหลือวิธีอื่นที่ทำให้ผู้สอบบัญชีมั่นใจได้ว่ามูลค่าและปริมาณสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นงวดถูกต้อง

กิจการซื้อสินค้าจากต่างประเทศและนำเข้าสินค้ามาทางเรือ โดยมีเงื่อนไขแบบ F.O.B Shipping Point กิจการจะต้องบันทึกบัญชีอย่างไร ?
ตอบ : กรณีซื้อโดยมีเงื่อนไข F.O.B Shipping Point นั้น กรรมสิทธิ์ในสินค้าจะโอนเป็นของผู้ซื้อเมื่อผู้ขายจัดส่งสินค้าให้ผู้ซื้อ แม้ว่าสินค้าจะอยู่ระหว่างการขนส่งและยังไม่ถึงมือผู้ซื้อ ซึ่งจะยึดวันที่ใน Bill of Lading (ใบยืนยันสินค้าได้ลงเรือแล้ว) บันทึกโดย Dr. สินค้าระหว่างทาง XXX Cr. เจ้าหนี้การค้า XXX เมื่อกิจการได้รับสินค้าเรียบร้อยแล้ว จะบันทึก Dr. ซื้อ XXX Cr. สินค้าระหว่างทาง XXX

ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมธนาคารที่กิจการกู้มาเพื่อใช้ในการผลิตสินค้าจะรวมเป็นราคาทุนของสินค้าได้หรือไม่ ?
ตอบ : มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 33 เรื่อง ต้นทุนการกู้ยืม ตามแนวทางที่กำหนดให้ถือปฏิบัติ ต้นทุนการกู้ยืมต้องถือเป็นค่าใช้จ่ายในงวดบัญชีที่ค่าใช้จ่ายนั้นเกิดขึ้น โดยมิต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการกู้ยืม ยกเว้นต้นทุนการกู้ยืมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการได้มา การก่อสร้าง หรือการผลิตสินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข และมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ว่าต้นทุนการกู้ยืมดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจแก่กิจการในอนาคต และกิจการสามารถประมาณจำนวนต้นทุนการกู้ยืมได้อย่างน่าเชื่อถือ กิจการสามารถนำมารวมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์ได้ ตัวอย่างของสินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข ได้แก่ โรงงาน โรงผลิตพลังงาน เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และสินค้าที่ต้องใช้ระยะเวลานานในการแปลงสภาพให้พร้อมที่จะขาย ส่วนตัวอย่างของสินทรัพย์ที่ไม่เข้าเงื่อนไข ได้แก่ เงินลงทุนอื่น สินค้าที่ทำการผลิตเป็นประจำ สินค้าที่ผลิตเป็นจำนวนมากโดยมีขั้นตอนการผลิตซ้ำๆ ในช่วงระยะเวลาสั้น และสินทรัพย์ที่อยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้ได้ตามประสงค์หรือพร้อมที่จะขายทันที่ที่ซื้อ

กิจการนำสินค้าไปฝากขายกับบริษัท ก จำกัด เป็นเครื่องทำน้ำอุ่นจำนวน 10 เครื่อง กิจการควรบันทึกรับรู้รายได้จากการฝากขายเมื่อใด ?
ตอบ : กรณีการฝากขาย กรรมสิทธิ์ของสินค้ายังเป็นของผู้ฝากขายอยู่จนกว่าผู้รับฝากจะขายสินค้าได้ ดังนั้นกิจการจะรับรู้เป็นรายได้จากการฝากขายเมื่อบริษัทขายสินค้าของกิจการได้และส่งรายงานการรับฝากขายสุทธิมาให้กับกิจการ

กิจการประกอบธุรกิจค้าที่ดิน และได้ทำการกู้ยืมเงินเพื่อนำมาลงทุน โดยมีดอกเบี้ยจ่ายเกิดขึ้น ในระหว่างที่ปรับปรุงที่ดินและยังไม่พร้อมที่จะขาย ดอกเบี้ยจ่ายที่เกิดขึ้นกิจการถือเป็นต้นทุนของสินทรัพย์ แต่ต่อมาเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจทำให้ขาดเงินทุนหมุนเวียนและได้หยุดทำการปรับปรุงที่ดิน ดังนั้นดอกเบี้ยจ่ายที่เกิดขึ้นหลังจากหยุดทำการปรับปรุงที่ดิน จะถือเป็นค่าใช้จ่ายหรือเป็นต้นทุนของ สินทรัพย์ ?
ตอบ : ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 33 เรื่อง ต้นทุนการกู้ยืม กล่าวถึงการรวมต้นทุนการกู้ยืมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์นั้น ต้องหยุดพักในระหว่างที่การดำเนินการพัฒนาสินทรัพย์หยุดชะงักลงเป็นเวลาต่อเนื่อง ต้นทุนการกู้ยืมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นไม่อนุญาตให้รวมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์ ดังนั้นดอกเบี้ยจ่ายที่เกิดขึ้นหลังจากหยุดทำการปรับปรุงที่ดินให้ถือเป็นค่าใช้จ่าย

การบันทึกรายการค่าเสื่อมราคา โดยการนำมาหักออกจากบัญชีสินทรัพย์โดยตรง ถือว่าเป็นการบันทึกที่ผิดหลักการบัญชีหรือไม่ ?
ตอบ : การบันทึกบัญชีดังกล่าวไม่ถือว่าผิดหลักการบัญชีหากมีการเปิดเผยข้อมูลครบถ้วน แต่วิธีที่เหมาะสมควรจะบันทึกค่าเสื่อมราคา คือ เดบิต ค่าเสื่อมราคา เครดิต ค่าเสื่อมราคาสะสม ซึ่งบัญชีค่าเสื่อมราคาเป็นบัญชีค่าใช้จ่ายปิดโอนเข้าต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายหรือกำไรขาดทุนแล้วแต่กรณี ส่วนบัญชีค่าเสื่อมราคาสะสมเป็นบัญชีปรับมูลค่า นำไปหักจากสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องในงบดุล ซึ่งวิธีดังกล่าวสามารถนำไปใช้ในการควบคุมและบริหารงานได้ กล่าวคือ ณ วันที่ในงบการเงินจะสามารถทราบถึงราคาทุนเริ่มแรกของสินทรัพย์ถาวรและทราบจำนวนค่าเสื่อมราคาสะสมของสินทรัพย์นั้น

กิจการทำสัญญาเช่าอาคารเพื่อใช้ในการดำเนินงาน โดยกิจการในฐานะผู้เช่ามีหน้าที่จะต้องบันทึกค่าเสื่อมราคาของอาคารหรือไม่ ?
ตอบ : กิจการต้องดูที่สัญญาเช่าว่ามีข้อตกลงกันอย่างไร ถ้าลักษณะการเช่าอาคารเป็นสัญญาเช่าการเงิน ผู้เช่าจะต้องคิดจำนวนที่เสื่อมค่าได้ของทรัพย์สิน โดยปันส่วนไปแต่ละงวดบัญชีตลอดอายุที่คาดว่าจะใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินตามหลักเกณฑ์ที่เป็นระบบซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการคิดค่าเสื่อมราคาที่ผู้เช่าใช้กับทรัพย์สินที่ตนเป็นเจ้าของ แต่ถ้าเป็นสัญญาเช่าดำเนินงาน ความเสี่ยงและผลตอบแทนแก่เจ้าของทรัพย์สินยังเป็นของผู้ให้เช่า ดังนั้นผู้ให้เช่าจึงต้องบันทึกทรัพย์สินอยู่ในบัญชีเป็นทรัพย์สินที่เสื่อมค่าได้และบันทึกค่าเช่าเป็นรายได้ตลอดอายุสัญญาเช่า ส่วนผู้เช่าบันทึกค่าเช่าเป็นค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมราคา

กิจการทำสัญญาเช่าอาคารเพื่อใช้ในการดำเนินงาน โดยกิจการบันทึกค่าเช่าอาคารเป็นค่าใช้จ่าย แต่ต่อมากิจการมีการซ่อมแซมอาคาร รายจ่ายดังกล่าวจะถือเป็นค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ หรือบันทึกเป็นรายจ่ายฝ่ายทุน (ในสัญญาเช่าระบุให้ผู้เช่าเป็นผู้ดูแลอาคารและจ่ายค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาอาคาร) ?
ตอบ : กิจการต้องทราบถึงประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตที่จะได้รับจากการซ่อมแซมอาคาร เนื่องจากตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 32 เรื่อง ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ได้กล่าวถึงการบันทึกรายจ่ายภายหลังการได้มาซึ่งสินทรัพย์ เป็น 2 กรณี คือ 1. กิจการจะบันทึกรายจ่ายเกี่ยวกับที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ที่เกิดขึ้นในภายหลังเป็นสินทรัพย์ได้ก็ต่อเมื่อรายจ่ายนั้นทำให้สินทรัพย์มีสภาพดีขึ้นเมื่อเทียบกับมาตรฐานการปฏิบัติงานเดิมหรือการปรับปรุงสินทรัพย์ซึ่งทำให้ประโยชน์ที่จะได้รับในอนาคตของสินทรัพย์นั้นเพิ่มขึ้น เช่น การปรับปรุงสภาพอาคารให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 2. กิจการจะบันทึกรายจ่ายเกี่ยวกับที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ที่เกิดขึ้นในภายหลังเป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เกิดขึ้น เมื่อรายจ่ายค่าซ่อมแซมหรือค่าบำรุงรักษา ทำให้สินทรัพย์สามารถให้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตแก่กิจการตามมาตรฐานการปฏิบัติงานเดิมที่กิจการเคยประเมินไว้ เช่น รายจ่ายค่าบำรุงรักษาอาคาร

การขายผ่อนชำระและการเช่าซื้อ มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร ?
ตอบ : การขายผ่อนชำระ หมายถึง การที่ผู้ขายส่งมอบสินค้าหรือบริการให้แก่ผู้ซื้อโดยยินยอมให้ผู้ซื้อจ่ายชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการบางส่วน ซึ่งเรียกว่า เงินวางเริ่มแรกหรือเงินดาวน์ ส่วนที่เหลือจ่ายชำระเป็นงวดๆ ภายในระยะเวลาที่กำหนด การเช่าซื้อ หมายถึง การที่เจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้น หรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว การเช่าซื้อต้องทำสัญญาและสัญญาเช่าซื้อนั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือถือว่าเป็นโมฆะ ตามกฎหมาย การขายผ่อนชำระใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการซื้อขาย ส่วนการเช่าซื้อใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการเช่าซื้อเป็นเกณฑ์ในการปฏิบัติ นอกจากนี้ในทางกฎหมายการขายผ่อนชำระกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะโอนไปให้ผู้ซื้อทันทีที่มีการตกลงซื้อขาย ส่วนการเช่าซื้อนั้นกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังคงเป็นของผู้ให้เช่า ทางการบัญชี อนุโลมให้ผู้ขายใช้หลักการบัญชีเดียวกันสำหรับการขายผ่อนชำระและการเช่าซื้อ ทั้งนี้เนื่องจากนักบัญชีพิจารณาจากเจตนา กล่าวคือ ผู้ซื้อหรือผู้เช่าซื้อได้ครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้นนับแต่วันที่ตกลงกัน กระบวนการก่อให้เกิดรายได้สำเร็จแล้วสามารถรับรู้กำไรขั้นต้นในงวดที่มีการขาย แต่เนื่องจากการขายผ่อนชำระหรือการให้เช่าซื้อมีระยะเวลาการผ่อนชำระนานกว่ารอบระยะเวลาบัญชี การรับรู้กำไรขั้นต้นจึงอาจรับรู้โดยวิธีที่ถือว่ากำไรขั้นต้นเกิดขึ้นตามส่วนของเงินสดที่ได้รับชำระ

กิจการประกอบธุรกิจให้เช่ารถยนต์ โดยได้รถยนต์มาจากการเช่าซื้อ ณ วันที่เช่าซื้อถือว่ากิจการเป็น เจ้าของสินทรัพย์แล้วใช่หรือไม่ และกิจการจะต้องบันทึกบัญชีเกี่ยวกับการเช่าซื้อสินทรัพย์อย่างไร ?
ตอบ : สินทรัพย์ที่เช่าซื้อและยังชำระเงินไม่ครบนั้นถือเป็นสินทรัพย์ของกิจการแล้ว แม้ว่ากิจการยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์นั้นก็ตาม ทั้งนี้ เพราะกิจการมีสิทธิ์ครอบครองและใช้ประโยชน์สินทรัพย์นั้น และตลอดอายุการใช้สินทรัพย์เช่าซื้อให้คิดค่าเสื่อมราคาเช่นเดียวกับสินทรัพย์ที่ซื้อมาด้วย ราคาเช่าซื้อสินทรัพย์ ถือเป็นหนี้สินของกิจการที่ต้องบันทึกไว้ในบัญชีหักด้วยจำนวนที่ส่งชำระแล้ว ส่วนดอกเบี้ยที่ผู้ขายคิดเพิ่มจากราคาเช่าซื้อ จะต้องส่งชำระพร้อมกับเงินงวด โดยให้แยกแสดงเป็นดอกเบี้ยจ่ายของแต่ละปี

บริษัทจำกัดมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท สินทรัพย์รวม 20 ล้านบาท และรายได้รวม 25 ล้านบาท จะต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณวุฒิปริญญาตรีทางการบัญชีเท่านั้นใช่หรือไม่ ?
ตอบ : บริษัทจำกัดสามารถมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณวุฒิปริญญาตรีทางการบัญชี หรือผู้ทำบัญชีที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทางการบัญชีหรือเทียบเท่าได้)

ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบรายละเอียดคุณสมบัติของผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีทางอินเตอร์เน็ตได้หรือไม่ ?
ตอบ : ผู้ประกอบการไม่สามารถตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ทำบัญชีทางอินเตอร์เน็ตได้เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคล แต่ข้อมูลของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตท่านสามารถดูได้จากเว็บไซด์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เลือกงานบัญชีและสอบบัญชี หัวข้อรายชื่อผู้สอบบัญชี ซึ่งจะแยกเป็นผู้สอบบัญชีคงอยู่ ที่มีที่อยู่ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด และผู้สอบบัญชีที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต

ถ้าผู้ทำบัญชีต้องบันทึกบัญชีตามความต้องการของเจ้าของกิจการ ถือว่ามีความผิดหรือไม่และต้องแก้ไขปัญหาอย่างไรเพื่อให้ผู้ทำบัญชีจัดทำบัญชีได้โดยไม่ถูกจำกัดขอบเขต ?
ตอบ : ผู้ทำบัญชีต้องทำความเข้าใจและต้องชี้แจงให้เจ้าของกิจการทราบถึงการจัดทำบัญชีที่ถูกต้อง เนื่องจากตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ได้กำหนดให้ผู้ทำบัญชีต้องจัดทำบัญชีเพื่อให้มีการแสดงผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงและตามมาตรฐานการบัญชี โดยมีเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีให้ถูกต้องและครบถ้วน ซึ่งถ้าไม่ปฏิบัติตามที่กฏหมายกำหนดก็จะมีบทลงโทษทั้งของผู้ทำบัญชีและผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี

กิจการได้ทำสัญญาเงินกู้ยืมกรรมการเป็นระยะเวลา 1ปี ไม่มีการคิดดอกเบี้ยระหว่างกัน โดยกิจการจะได้รับเงินยืมกรรมการทุกเดือน เดือนละ 20,000 บาท และกิจการจะชำระเงินคืนในปีบัญชีถัดไป ดังนั้น กิจการจะต้องจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีหรือไม่ อย่างไร ?
ตอบ : กิจการจะต้องจัดทำเอกสารใบสำคัญรับเพื่อใช้ประกอบการลงบัญชีที่มีลายมือชื่อของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี หรือผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อนุมัติรายการ โดยจัดทำใบสำคัญรับประกอบการลงรายการเงินยืมกรรมการทุกรายการ

กิจการจะต้องจัดทำเอกสารใบสำคัญรับเพื่อใช้ประกอบการลงบัญชีที่มีลายมือชื่อของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี หรือผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อนุมัติรายการ โดยจัดทำใบสำคัญรับประกอบการลงรายการเงินยืมกรรมการทุกรายการ ?
ตอบ : กิจการสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงมาบันทึกบัญชีได้ โดยในสัญญาเช่าอาคารจะต้องระบุให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และกิจการจะต้องจัดทำเอกสารใบสำคัญจ่ายเพื่อใช้ประกอบการลงบัญชีที่มีลายมือชื่อของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีหรือผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อนุมัติรายการ

กิจการสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงมาบันทึกบัญชีได้ โดยในสัญญาเช่าอาคารจะต้องระบุให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และกิจการจะต้องจัดทำเอกสารใบสำคัญจ่ายเพื่อใช้ประกอบการลงบัญชีที่มีลายมือชื่อของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีหรือผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อนุมัติรายการ ?
ตอบ : กิจการจะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการได้ก็ต่อเมื่อเป็นการจ่ายเพื่อการดำเนินงานของกิจการจริง โดยสามารถจัดทำเอกสารใบสำคัญเพื่อใช้ประกอบการลงบัญชีที่มีลายมือชื่อของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีหรือผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อนุมัติรายการ

กิจการทำเอกสารประกอบการลงบัญชีของเดือนธันวาคมสูญหาย แต่กิจการสามารถไปขอให้ร้านค้าออกเอกสารให้ใหม่ได้ ดังนั้น กิจการจะต้องแจ้งกรณีเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหายต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี หรือไม่ ?
ตอบ : กรณีที่กิจการสามารถให้ร้านค้าออกเอกสารใหม่ทดแทนฉบับที่สูญหายได้นั้น กิจการไม่จำเป็นต้องแจ้งเอกสารประกอบการลงบัญชีสูญหายต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยกเว้นถ้ากิจการไม่สามารถจัดหาเอกสารใหม่มาใช้ประกอบการลงบัญชีได้ กิจการจะต้องแจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบ หรือควรทราบถึงการสูญหายหรือเสียหายนั้น

กรณีกิจการได้รับเอกสารใบเสร็จรับเงินที่ไม่ครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมายจากร้านค้า กิจการจะสามารถนำใบเสร็จรับเงินดังกล่าวมาใช้ประกอบการลงบัญชีได้หรือไม่ ?
ตอบ : หากกิจการได้รับใบเสร็จรับเงินที่ไม่ครบถ้วนถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด แต่กิจการได้จ่ายเงินไปจริงเพื่อนำมาใช้ในการดำเนินงานของกิจการ ก็สามารถนำเอกสารมาใช้ประกอบการบันทึกบัญชีได้ โดยกิจการต้องมีการจัดทำเป็นเอกสารใบสำคัญเพื่อใช้ในกิจการของตนเองเพิ่มเติมด้วย

กรณีกิจการไม่ได้ประกอบการมาประมาณ 8 ปีแล้ว แต่ได้ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าทุกปี โดยถ้ากิจการจะขอแจ้งการหยุดดำเนินการและการส่งงบการเงินของกิจการชั่วคราวได้หรือไม่ ?
ตอบ : กิจการมีหน้าที่ต้องยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าทุกปี แม้ว่ากิจการจะไม่ได้ประกอบธุรกิจเลยก็ตาม ซึ่งกิจการไม่สามารถแจ้งขอหยุดดำเนินการหรือการส่งงบการเงินชั่วคราวได้จนกว่ากิจการจะจดทะเบียนเลิกประกอบธุรกิจกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ตาม พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชีบัญชีผู้ทำบัญชีจะต้องเป็นสมาชิกสภาฯ หรือ ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชีกับสภาฯ ควรเลือกวิธีใดดีครับ ?
ตอบ : ตามกฎหมายท่านสามารถเลือกวิธีใดก็ได้ แต่เนื่องจากสภาฯ จัดเก็บค่าบำรุงสมาชิกและค่าขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีในอัตราเท่ากัน การสมัครเป็นสมาชิกสภาน่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านมากกว่า เนื่องจากท่านจะได้รับสิทธิในการเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีตามที่กําหนดในมาตรา 16 เช่น สิทธิในการเข้าร่วมประชุมสภาฯ สิทธิในการออกเสียงลงคะแนน และสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการสภาฯ เป็นต้น

Comments are closed