บริการจดทะเบียนบริษัท

จดทะเบียนบริษัทการจัดตั้งบริษัท,ห้างฯ/หลักฐานและค่าธรรมเนียม :

บริการจดทะเบียนธุรกิจ (Business Registration)ประโยชน์จากการใช้บริการ• ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน รวดเร็ว กระชับฉับไว ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการรายละเอียดการให้บริการ
• จดทะเบียนจัดตั้ง, เปลี่ยนแปลง, และเลิก ทั้งในรูปแบบบริษัท, ห้างหุ้นส่วน, ร้าน

• จดทะเบียนจัดตั้ง, เปลี่ยนแปลง, และเลิก ทะเบียนมูลค่าเพิ่ม

• ขึ้นทะเบียนประกันสังคม ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง

• จดทะเบียนขอใบอนุญาตท่องเที่ยว

• จดทะเบียนใบอนุญาตโรงงาน

• จดทะเบียนใบอนุญาตส่งเสริมการลงทุน (BOI)

• จดทะเบียน, ขอใหม่, ต่ออายุ, เปลี่ยนแปลงใบอนุญาตทำงานคนต่างด้าวและวีซ่า (Work permit and Visa)

• จดทะเบียนอาหารและยา

การจัดตั้งบริษัท,ห้างฯ/หลักฐานและค่าธรรมเนียม, การจัดตั้งห้างฯ การจดทะเบียนบริษัท การจดทะเบียนนิติบุคคลขั้นตอนการจัดตั้งบริษัทจำกัด

1. จองชื่อ

2. จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ (ผู้เริ่มก่อการขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น)

3. ส่งหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท

4. จัดตั้งบริษัท

5. ขอบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรบริษัท

6. จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

หลักฐานและรายละเอียดประกอบการจัดตั้งบริษัทจำกัด

1. ชื่อบริษัท

2. เงินทุนจดทะเบียนและผู้ถือหุ้นจะถือหุ้นคนละเท่าไรของเงินทุน

3. สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสำนักงานบริษัท 3 ฉบับ

4. วัตถุประสงค์ของการประกอบกิจการ

5. กรรมการบริษัทจะมีกี่คน ใครบ้าง และมีอำนาจลงนามร่วมกันอย่างไร

6. ตราสำคัญของบริษัท

7. สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน (หน้า - หลัง) ของผู้เริ่มก่อการทั้ง 3 คนคนละ 1 ชุด และลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง แต่ถ้าเป็นกรรมการผู้มีอำนาจจะต้องใช้ 4 ชุด

8. การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องใช้เอกสารทะเบียนบ้าน- บัตรประชาชนฉบับจริงของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามแสดงต่อเจ้าหน้าที่พร้อมสำเนาที่ตั้งสถานประกอบการต้องมีทะเบียนบ้านฉบับจริงพร้อมสำเนา และหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของอาคาร รูปถ่ายสถานประกอบการจริงและแผนที่ตั้งค่าธรรมเนียมการจัดตั้งบริษัทจำกัด

1. ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้กับราชการ (ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท)

           ตั้งบริษัท

5,000

           ค่าบริคณห์สนธิ

500

           ค่าอากร

400

           ค่าคัดสำเนาเอกสาร

600

              รวม

6,500

2. ค่าบริการในการจัดตั้งบริษัท

       ค่าใช้จ่ายในการวิ่งงาน

 

           วิ่งไปรับเอกสารเบื้องต้น

200

           วิ่งส่งเอกสารให้ท่านเซนต์

200

           วิ่งไปรับเอกสารที่เซนต์แล้ว

200

           วิ่งไปยื่นกระทรวงพาณิชย์ (รวมค่ารอ)

500

           วิ่งไปคืนเอกสารต่างๆให้แก่ท่าน

200

       ค่าเซนต์ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับรองลายเซนต์

2,000

       ค่าจัดทำเอกสารเพื่อยื่นกระทรวง

1,000

        ค่าบริการของเรา (กำไรของบริษัท)

1,200

          รวม

5,500

        รวมค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท

12,000

ค่าบริการข้างต้นไม่รวมค่าทำตรายาง

ซึ่งท่านต้องส่งแบบมาให้เราตรวจสอบก่อนสั่งทำ

 

(เพิ่มเติม ถ้าคาดว่ารายรับถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี) ค่าบริการจด VAT 3,500

ขั้นตอนการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด
1. จองชื่อ
2. จัดตั้งห้างฯ
3. ขอบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรห้างฯ
4. จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

หลักฐานและรายละเอียดประกอบการการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด
1. ชื่อห้างฯ
2. เงินทุนจดทะเบียนและผู้เป็นหุ้นส่วนถือหุ้นคนละเท่าไรของเงินทุน
3. สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสำนักงานห้างฯ 3 ฉบับ
4. วัตถุประสงค์ของการประกอบกิจการ
5. หุ้นส่วนผู้จัดการเป็นใคร
6. ตราสำคัญของห้างฯ
7. สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน (หน้า - หลัง) ของผู้เริ่มก่อการทุกคนละ 1 ชุด และลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง แต่ถ้าเป็นห้นส่วนผู้จัดการจะต้องใช้ 4 ชุด
8. การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องใช้เอกสารทะเบียนบ้าน- บัตรประชาชนฉบับจริงของหุ้นส่วนผู้จัดการผู้มีอำนาจลงนามแสดงต่อเจ้าหน้าที่พร้อมสำเนาที่ตั้งสถานประกอบการต้องมีทะเบียนบ้านฉบับจริงพร้อมสำเนา และหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของอาคาร รูปถ่ายสถานประกอบการจริงและแผนที่ตั้ง

ค่าบริการของเราในการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด

ค่าบริการในการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดคือ 6,000.- บาท (รวมค่าธรรมเนียมแล้ว)

การจดเลิกบริษัทหรือการจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีบริษัท/หลักฐานและค่าธรรมเนียม :การจดเลิกบริษัทหรือการจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีบริษัท/หลักฐานและค่าธรรมเนียมขั้นตอนการจดเลิกบริษัทหรือการจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีบริษัทจำกัด

การจดเลิกบริษัทหรือการจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีบริษัท
ในกรณีที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษให้เลิกบริษัท มีขั้นตอนดำเนินการรวม 8 ขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. จัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น 2 ครั้ง เพื่อลงมติพิเศษให้เลิกบริษัท ดังนี้
การประชุมครั้งแรก
- มีวาระพิจารณาเรื่องเลิกบริษัท
- ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะต้องลงมติให้เลิกบริษัทด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4

การประชุมครั้งที่สอง
- มีวาระพิจารณา 3 วาระ คือ ยืนยันมติให้เลิกบริษัทของที่ประชุมครั้งแรก แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี
และกำหนดค่าตอบแทนและแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทน
- ที่ประชุมจะต้องลงมติยืนยันให้เลิกบริษัทไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ส่วนมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี
และผู้สอบบัญชีรวมทั้งกำหนดค่าตอบแทนใช้มติธรรมโดยเสียงข้างมาก
- การประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่สองจะต้องห่างจากการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรกไม่น้อยกว่า 14 วัน และไม่เกินกว่า 6 สัปดาห์
2. ผู้ชำระบัญชีต้องลงประกาศเลิกบริษัทในหนังสือพิมพ์ท้องที่ 2 วัน
ต้องแจ้งการเลิกบริษัทให้เจ้าหนี้ทราบโดยส่งหนังสือลงทะเบียนไปรษณีย์และต้องจดทะเบียนเลิกบริษัท
ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทภายใน 14 วันนับแต่วันเลิกบริษัท

เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนเลิกบริษัท
- คำขอจดทะเบียน (แบบ ลช.1)
- รายการจดทะเบียน (แบบ ลช 2)
- คำสั่งศาลให้เลิกบริษัท (กรณีศาลสั่งให้เลิก)
- สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นทั้ง 2 ครั้งซึ่งลงมติให้เลิกบริษัท โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อรับรองความถูกต้อง
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
- สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)

3. จัดทำงบการเงิน ณ วันเลิกบริษัทและส่งให้ผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบโดยเร็วที่สุด
4. เมื่อผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบงบการเงินแล้วเห็นว่าถูกต้องให้ผู้ชำระบัญชีเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติงบการเงิน
และพิจารณากว่าจะให้กรรมการบริษัทเป็นผู้ชำระบัญชีต่อไปหรือจะแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีขึ้นใหม่
5. ผู้ชำระบัญชีต้องดำเนินการชำระบัญชีโดยรวบรวมทรัพย์สินเรียกให้ผู้ถือหุ้นชำระเงินค่าหุ้น
ขายทรัพย์สิน เรียกลูกหนี้ให้ชำระหนี้ ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ ชดใช้เงินทดรองและค่าใช้จ่ายที่กรรมการบริษัทได้ออกไป
ในการดำเนินกิจการค้าแทนบริษัท หากมีทรัพย์สินเหลือให้คืนทุนผู้ถือหุ้น
(กรณีการชำระบัญชีปรากฏว่าทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้สินให้ผู้ชำระบัญชีร้องขอต่อศาลเพื่อให้ศาลสั่งให้บริษัทจำกัดล้มละลาย)
6. ในกรณีที่ชำระบัญชีไม่แล้วเสร็จ ผู้ชำระบัญชีต้องจัดทำรายงานการชำระบัญชี (แบบ ลช 3) ยื่นต่อนายทะเบียนทุกระยะ 3 เดือน
และในการกรณีชำระบัญชีไม่เสร็จเกินกว่า 1 ปี ผู้ชำระบัญชีต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อครบปีทุกปี เพื่อรายงานความเป็นไปของการชำระบัญชี
7. เมื่อชำระบัญชีดำเนินการชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ชำระบัญชีต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อให้พิจารณาอนุมัติรายงานผลการชำระบัญชี
8. เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติแล้ว ผู้ชำระบัญชีต้องจดทะเบียนเสร็จชำระบัญชีต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันประชุมอนุมัติเสร็จการชำระบัญชี

เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี
- คำขอจดทะเบียน (แบบ ลช 1)
- รายการจดทะเบียน (แบบ ลช 2)
- รายงานการชำระบัญชี (แบบ ลช 3) พร้อมเอกสารประกอบ
- รายละเอียดบัญชีและสรรพเอกสาร (แบบ ลช 6)
- สำเนาบัตรประจำตัวของผุ้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
- สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิก
- แบบรับรองการตรวจสอบบัญชีของกรมสรรพากร
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

ค่าธรรมเนียมในการจดเลิกหรือจดทะเบียนเลิกบริษัทและชำระบัญชี
- การจดเลิกข้างต้นทั้งหมด ค่าบริการ 20,000.- บาท ไม่รวมค่าสอบบัญชี